ปั้นจั่นเหนือศีรษะ วิธีเช็กจุดบำรุงของ Overhead Travelling Crane

Last updated: 2 ต.ค. 2569  | 

overhead-travelling-crane-maintenance-checklist

B2B INDUSTRIAL CRANE & MAINTENANCE GUIDE

ปั้นจั่นเหนือศีรษะ วิธีเช็กจุดบำรุงของ Overhead Travelling Crane เพื่อความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานในโรงงาน

ปั้นจั่นเหนือศีรษะ

เรียบเรียงโดยทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้านเครนโรงงาน | บริษัท ฟอร์ช เครน ไฟฟ้า จำกัด | อัปเดตข้อมูลล่าสุดตามมาตรฐานความปลอดภัยอุตสาหกรรม

สรุปวิธีเช็กจุดบำรุงปั้นจั่นเหนือศีรษะ (Quick Summary)

วิธีเช็กจุดบำรุงปั้นจั่นเหนือศีรษะ (Overhead Travelling Crane) ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบใน 5 จุดหลัก ได้แก่ 1) โครงสร้างสะพานเครนและคานรับราง 2) ชุดลูกล้อและเพลาขับเคลื่อน 3) รอกไฟฟ้า ลวดสลิง และตะขอ 4) ระบบเบรกและลิมิตสวิตช์ตัดการทำงาน และ 5) ระบบตู้ควบคุมและรางจ่ายไฟ พร้อมตรวจรับรองความปลอดภัย (ปจ.1) ตามรอบกฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความเสียหายจากการหยุดสายการผลิต

ในการบริหารจัดการสายการผลิต คลังสินค้า และงานประกอบชิ้นส่วนหนักในภาคอุตสาหกรรม ปั้นจั่นเหนือศีรษะ หรือที่ในทางวิศวกรรมสากลเรียกว่า Overhead Travelling Crane (และมักเรียกสั้นๆ ว่า เครนเหนือศีรษะ หรือ เครนโรงงาน) คือเครื่องจักรกลหลักที่ทำหน้าที่เคลื่อนย้ายวัตถุที่มีน้ำหนักมากในแนวระนาบ 3 แกน (ซ้าย-ขวา, หน้า-หลัง และขึ้น-ลง) เหนือพื้นที่ปฏิบัติงาน การที่ระบบ travelling crane ทำงานอยู่เหนือศีรษะของพนักงานตลอดเวลา ทำให้ความสมบูรณ์ของชิ้นส่วนกลไกและระบบไฟฟ้าทุกจุดมีความสำคัญสูงสุดต่อชีวิตและทรัพย์สินภายในโรงงาน

ผู้ประกอบการ เจ้าของโรงงาน และฝ่ายซ่อมบำรุงจำนวนมากมักเผชิญปัญหาเครนหยุดทำงานกะทันหัน (Unplanned Downtime) ลูกล้อเครนกินราง ระบบเบรกรอกเสื่อมสภาพ หรือไม่ผ่านการตรวจรับรองความปลอดภัยตามกฎหมาย บทความเชิงเทคนิคฉบับนี้จึงรวบรวมแนวทางและวิธีเช็กจุดบำรุงของ overhead travelling crane อย่างละเอียด แยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงทางวิศวกรรม ขั้นตอนปฏิบัติที่ฝ่ายซ่อมบำรุงทำได้เอง และจุดวิกฤตที่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าประเมิน

ความแตกต่างของการบำรุงรักษา เครนเหนือศีรษะ คานเดี่ยว และ คานคู่

ก่อนเริ่มวางแผนตรวจเช็กจุดบำรุงรักษา วิศวกรและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) ต้องเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานของเครนที่ใช้งานอยู่ เนื่องจากภายหลังการ ติดตั้งเครนเหนือศีรษะ แล้ว โครงสร้างแต่ละประเภทจะเกิดจุดรับภาระความเค้น (Stress Concentration) และการสึกหรอในตำแหน่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้:

1. เครนเหนือศีรษะ คานเดี่ยว (Single Girder Overhead Crane)

โครงสร้างประกอบด้วยคานกลาง (Main Girder) เพียงคานเดียว โดยชุดรอกไฟฟ้าและรถรอก (Monorail Hoist & Trolley) จะห้อยและวิ่งอยู่บริเวณ ปีกล่างของคาน (Bottom Flange) จุดบำรุงรักษาที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ การสึกหรอและการเสียรูปของแผ่นเหล็กปีกล่างคานจากการเสียดสีของล้อรถรอก รวมถึงการปรับตั้งแหวนรอง (Spacer Washer) ของชุดรอกให้มีระยะห่างจากขอบคานตามมาตรฐาน

2. เครนเหนือศีรษะ คานคู่ (Double Girder Overhead Crane)

โครงสร้างประกอบด้วยคานกลาง 2 คานขนานกัน รองรับงานหนัก (Heavy Duty) โดยชุดรถรอก (Crab / Open Winch Trolley) จะวิ่งอยู่บน รางเหล็กด้านบนของคานทั้งสอง (Top Rail) จุดบำรุงรักษาสำคัญจึงมุ่งเน้นไปที่ความขนานและระดับความสูงที่เท่ากันของรางวิ่งบนคานคู่ จุดยึดประกับราง (Rail Clips) ระบบคัปปลิ้งเพลาขับ (Coupling) และความแข็งแรงของทางเดินซ่อมบำรุง (Maintenance Platform/Walkway)

หัวข้อเปรียบเทียบเครนเหนือศีรษะ คานเดี่ยว (Single Girder)เครนเหนือศีรษะ คานคู่ (Double Girder)
ตำแหน่งการวิ่งของรอกวิ่งเกาะใต้ปีกล่างของคานเหล็ก (I-Beam / Box Girder)วิ่งบนรางเหล็กที่ติดตั้งเหนือคานกลางทั้งสองฝั่ง
จุดสึกหรอหลักที่ต้องเช็กความหนาของปีกล่างคาน (Bottom Flange Wear) และล้อ Trolleyแนวรางด้านบน (Trolley Rail Alignment), คลิปล็อกราง และชุดเกียร์เปลือย
การเข้าถึงเพื่อซ่อมบำรุงต้องใช้รถกระเช้า (Scissor Lift / Boom Lift) หรือนั่งร้านในการเข้าตรวจเช็กมักมีทางเดินซ่อมบำรุง (Walkway) บนคานเครน ช่วยให้ตรวจสอบชุดรอกได้สะดวก
ความซับซ้อนของระบบไฟฟ้าปานกลาง (เน้นระบบสายไฟ Festoon และคอนแทคเตอร์/อินเวอร์เตอร์พื้นฐาน)สูง (มักมีระบบควบคุมความเร็วละเอียด, ระบบป้องกันการแกว่ง และเบรกเสริม)

วิธีเช็กจุดบำรุง Overhead Travelling Crane แบบแยกตามหมวดหมู่ระบบ

การตรวจเช็กจุดบำรุงรักษาของ ปั้นจั่นเหนือศีรษะ ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ควรรอให้เกิดเสียงดังผิดปกติหรือเครื่องจักรหยุดทำงาน แต่ต้องแบ่งการตรวจสอบออกเป็น 3 ระดับตามความถี่การใช้งาน ได้แก่ การตรวจก่อนเริ่มงานประจำวัน (Daily Pre-Use Check) โดยผู้บังคับปั้นจั่น, การบำรุงรักษาเชิงป้องกันรายเดือน (Monthly Preventive Maintenance) โดยช่างเทคนิคประจำโรงงาน และ การตรวจรับรองประจำปี/ตามรอบกฎหมาย โดยวิศวกรและบริษัทผู้เชี่ยวชาญ

ปั้นจั่นเหนือศีรษะ

รายการตรวจสอบประจำวันก่อนกดสวิตช์เริ่มงาน (Operator Daily Checklist)

  • ตรวจสภาพภายนอกด้วยสายตา (Visual Check): สังเกตคราบน้ำมันหยดลงพื้นโรงงานใต้ตำแหน่งที่รอกจอดอยู่ ซึ่งบ่งชี้ถึงอาการซีลห้องเกียร์รั่วซึม
  • ทดสอบปุ่มควบคุม (Pendant Switch / Wireless Remote): ปุ่มกดต้องไม่ค้าง ยางหุ้มปุ่มไม่ฉีกขาดจนเห็นสายไฟด้านใน และปุ่มหยุดฉุกเฉิน (Emergency Stop) ต้องตัดวงจรควบคุมได้ทันทีเมื่อกดลง
  • ทดสอบการทำงานแบบตัวเปล่า (No-Load Test): กดยกขึ้น-ลง เคลื่อนที่ซ้าย-ขวา และเดินหน้า-ถอยหลัง เพื่อฟังเสียงผิดปกติจากมอเตอร์และชุดเกียร์
  • ตรวจสอบชุดตะขอและเซฟตี้แลตช์ (Hook & Safety Latch): ลิ้นกันสลิงหลุด (Safety Latch) ต้องมีสปริงดีดกลับปิดปากตะขอสนิท ตะขอต้องหมุนรอบแกนลูกปืนได้ 360 องศาโดยไม่ฝืด
  • ทดสอบสวิตช์ตัดการทำงานขึ้นสุด (Upper Limit Switch): ยกตะขอตัวเปล่าขึ้นจนแตะก้าน Limit Switch ระบบต้องตัดการยกขึ้นทันทีเพื่อป้องกันตะขอชนท้องรอก (Two-Blocking)

วิธีเช็กลูกล้อและสะพานเครนเหนือศีรษะ (Bridge Girder & End Carriage Inspection)

โครงสร้างสะพานเครน (Bridge Girder) และคานล้อขับเคลื่อนปลายคาน (End Carriage / End Truck) คือส่วนที่รับน้ำหนักรวมทั้งหมดของตัวเครนและชิ้นงาน ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในโรงงานอุตสาหกรรมคืออาการ "ลูกล้อกินราง" (Wheel Flange Wear) หรือเครนวิ่งบิดตัวเป็นแนวทแยง (Crabbing / Skewing) ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้ลูกล้อปีนรางและเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้

1. การตรวจเช็กลูกล้อเครน (Crane Wheels) และชุดลูกปืน

  • เช็กความหนาของบังใบล้อ (Flange Thickness): ใช้เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์วัดความหนาของขอบบังใบล้อเครน (ทั้งล้อขับเคลื่อน Drive Wheel และล้อตาม Idle Wheel) หากพบว่าบังใบล้อสึกหรอจนบางลงผิดปกติ หรือมีเศษผงเหล็กหล่นตามแนวรางวิ่ง (Runway Beam) แสดงว่าเกิดการเสียดสีอย่างรุนแรงระหว่างบังใบล้อกับสันราง (เกณฑ์การเปลี่ยนลูกล้อทั่วไปเมื่อบังใบสึกหรอเกินค่ามาตรฐานวิศวกรรม [ต้องยืนยันข้อมูลเกณฑ์เปอร์เซ็นต์ตามสเปกผู้ผลิตลูกล้อ])
  • เช็กหน้าสัมผัสล้อ (Wheel Tread): หน้าล้อที่สัมผัสกับหัวรางต้องเรียบเสมอกัน ไม่เป็นหลุมตามด (Pitting) ไม่มีรอยแตกร้าวจากการชุบแข็งผิว หรือรอยแบนจากการล็อกตายของเบรก (Flat Spot)
  • ตรวจเช็กเฟืองสะพานล้อและลูกปืน (Open Gear & Bearings): สำหรับชุดล้อที่ใช้เฟืองขบกัน ต้องทาจาระบีเกรดรับแรงกดสูง (EP Grease) อย่างสม่ำเสมอ และฟังเสียงลูกปืนเพลาล้อขณะเครนวิ่ง หากมีเสียงบดหรือคลอนตัวต้องเปลี่ยนตลับลูกปืนทันที

2. การตรวจเช็กสะพานเครน (Main Girder) และรางวิ่ง (Runway Rail)

  • จุดต่อน็อตกำลังสูง (High-Tensile Bolts): ตรวจสอบจุดยึดระหว่างคานกลาง (Main Girder) กับคานล้อ (End Carriage) น็อตทุกตัวต้องขันแน่นตามค่าแรงบิด (Torque) ไม่มีการคลายตัว และควรทำสีมาร์กแนวเส้นตรง (Torque Seal / Witness Mark) ไว้เพื่อสังเกตการเคลื่อนตัวด้วยสายตา
  • รอยเชื่อมโครงสร้าง (Structural Welds): สำรวจรอยเชื่อมใต้ท้องคานและจุดรับแรงเฉือนว่ามีรอยร้าวของสีหรือสนิมที่ซึมออกมาจากรอยร้าวภายใน (Fatigue Crack) หรือไม่
  • ยางกันกระแทกปลายราง (Rubber Bumpers & End Stops): ตรวจสอบสภาพยางกันกระแทกทั้ง 4 มุมของสะพานเครนและแป้นหยุดปลายรางว่าไม่ฉีกขาด เปื่อยยุ่ย หรือหลุดหาย
  • ระดับความแอ่นตัวของสะพานเครน (Camber & Deflection): ในการตรวจเช็กเชิงลึก วิศวกรจะใช้กล้องระดับหรือเลเซอร์วัดค่าการแอ่นตัว (Deflection) ขณะยกน้ำหนักพิกัด เพื่อประเมินว่าโครงสร้างเหล็กยังมีความยืดหยุ่นคืนตัว (Elasticity) ตามมาตรฐานหรือไม่


การบำรุงรักษารอกไฟฟ้าและเครนเหนือศีรษะ (Electric Hoist & Electrical System Maintenance)

รอกไฟฟ้า (Electric Wire Rope Hoist หรือ Electric Chain Hoist) เปรียบเสมือนหัวใจหลักของ เครนเหนือศีรษะ เพราะทำหน้าที่รับน้ำหนักแนวดิ่งโดยตรง การวางแผน การบำรุงรักษารอกไฟฟ้าและเครนเหนือศีรษะ อย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งานของอะไหล่สิ้นเปลืองและป้องกันอุบัติเหตุชิ้นงานร่วงหล่นได้อย่างเด็ดขาด โดยมีจุดโฟกัสดังนี้:

1. ระบบลวดสลิง ดรัมม้วนสลิง และไกด์จัดเรียงสลิง (Wire Rope, Drum & Rope Guide)

สำหรับรอกสลิงไฟฟ้า ชิ้นส่วนที่เสียหายบ่อยที่สุดคือ ไกด์นำสลิง (Rope Guide) ซึ่งทำหน้าที่บังคับให้สลิงเรียงตัวลงในร่องดรัมอย่างเป็นระเบียบ หากผู้ใช้งานดึงยกชิ้นงานในแนวเฉียง (Side Pulling) จะทำให้ Rope Guide แตกหักทันที ส่งผลให้สลิงปีนเกลียวทับกันและขาดในที่สุด การบำรุงรักษาต้องตรวจสอบความสมบูรณ์ของ Rope Guide สปริงรัดสลิง และทาจาระบีสำหรับลวดสลิงโดยเฉพาะเพื่อลดการเสียดสีภายในแกนสลิง

2. ระบบเบรกรอกไฟฟ้าและเบรกชุดขับเคลื่อน (Electromagnetic Brake System)

ระบบเบรกของรอกไฟฟ้าเป็นแบบ Fail-Safe (เมื่อตัดไฟ เบรกจะจับล็อกทันทีด้วยแรงดันสปริง) ช่างซ่อมบำรุงต้องวัด ระยะห่างหน้าสัมผัสผ้าเบรก (Brake Air Gap) ด้วยฟิลเลอร์เกจ (Feeler Gauge) ให้อยู่ในค่ามาตรฐานของรุ่นรอกนั้นๆ หากระยะห่างมากเกินไปจะทำให้เบรกจับช้า ชิ้นงานไถลลง (Load Slipping) หรือคอยล์เบรกไหม้เนื่องจากแรงดึงแม่เหล็กไม่พอ

3. ห้องเกียร์และสารหล่อลื่น (Gearbox & Lubrication)

ตรวจสอบระดับน้ำมันเกียร์ผ่านตาแมวหรือก้านวัด สังเกตสีและกลิ่นของน้ำมันเกียร์ หากน้ำมันเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ มีกลิ่นไหม้ หรือมีเศษผงโลหะปะปน แสดงว่าฟันเฟืองภายในเริ่มสึกหรอ ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามชั่วโมงการทำงานหรืออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมตรวจสภาพซีลกันน้ำมัน (Oil Seal) และรูระบายแรงดัน (Breather Plug) ไม่ให้ตัน

4. ระบบรางจ่ายไฟ แปรงถ่าน และตู้คอนโทรล (Power Supply & Control Panel)

ตรวจเช็กความหนาของ แปรงถ่าน (Collector Shoe) ที่วิ่งรับไฟจากรางไฟ (Conductor Bar / Busbar) หากแปรงถ่านสึกหรอจนถึงขีดจำกัดหรือสปริงล้า จะเกิดการอาร์กของกระแสไฟฟ้า ทำให้ไฟตกเพียง 1 เฟส (Single Phasing) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มอเตอร์เครนไหม้ นอกจากนี้ต้องตรวจเช็กลูกล้อสายไฟพวง (Festoon Cable Trolley) ไม่ให้ฝืดหรือสายไฟพับหักงอ และขันน็อตขั้วสายไฟในตู้คอนโทรล (Terminal Block & Magnetic Contactor) ที่อาจคลายตัวจากแรงสั่นสะเทือนขณะเครนวิ่ง


เครนเหนือศีรษะ คานเดี่ยว, เครนเหนือศีรษะ คานคู่

7 จุดเสี่ยงวิกฤตที่ต้องตรวจบน Overhead Crane (Critical Risk Points)

จากการเข้าตรวจสอบหน้างานจริงในโรงงานอุตสาหกรรม มีจุดเสี่ยงบน Overhead Crane ที่มักถูกละเลยเนื่องจากอยู่บนที่สูงและมองไม่เห็นจากพื้นโรงงาน หากพบอาการเหล่านี้ ต้องสั่งหยุดใช้งานปั้นจั่นทันที (Lockout/Tagout) และให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าแก้ไข:

จุดเสี่ยงบนเครนอาการผิดปกติที่ตรวจพบผลกระทบและแนวทางแก้ไข
1. ลวดสลิง (Wire Rope)เส้นลวดขาดกระจายตัว, สลิงบิดเป็นตะกร้อ (Birdcaging), หักงอ หรือเส้นผ่านศูนย์กลางลดลงเกิน 7%เสี่ยงสลิงขาดขณะยกของหนัก ต้องเปลี่ยนลวดสลิงเส้นใหม่ตามสเปกเดิมทันที ห้ามตัดต่อ
2. ตะขอยก (Load Hook)ปากตะขออ้าออกเกิน 10% จากขนาดเดิม, ท้องตะขอสึกหรอเกิน 5% หรือมีรอยบิดตัวโครงสร้างโลหะล้า เสี่ยงตะขอหัก ต้องเปลี่ยนชุดตะขอใหม่ ห้ามใช้วิธีเชื่อมพอกหรือดัดด้วยความร้อนเด็ดขาด
3. ลิมิตสวิตช์ (Limit Switch)ก้านเตะค้าง สายไฟหลุด หรือหน้าคอนแทคภายในเชื่อมติดกันจนไม่ตัดวงจรเมื่อยกสุดชุดรอกชนกระแทกตัวเสื้อรอกด้านบน ทำให้สลิงขาดทันที ต้องซ่อมหรือเปลี่ยน Limit Switch ก่อนใช้งาน
4. ปลายสลิงยึดดรัม (Rope Clamp)น็อตประกับยึดปลายสลิงบนดรัมคลายตัว หรือปล่อยสลิงลงสุดจนไม่เหลือรอบพันสำรองบนดรัมสลิงหลุดออกจากดรัมทั้งหมด ต้องตั้ง Lower Limit ให้เหลือสลิงพันค้างบนดรัมอย่างน้อย 2-3 รอบเสมอ
5. แปรงถ่านรางไฟ (Collector)ก้อนคาร์บอนสึกจนหมด เหลือแต่ขาพลาสติกหรือทองเหลืองขูดกับรางไฟเกิดประกายไฟรางไฟละลาย ไฟรั่วลงโครงสร้าง หรือมอเตอร์ไหม้จากการขาดเฟส ต้องเปลี่ยนแปรงถ่านและตั้งแนวแขนจับใหม่
6. คอนแทคเตอร์ (Magnetic Contactor)หน้าทองขาวละลายติดกัน (Contact Welding) จากการกดย้ำปุ่มถี่ๆ (Jogging/Inching)ปล่อยมือจากปุ่มกดแล้วเครนยังวิ่งต่อเองไม่หยุด ต้องกด Emergency Stop และเปลี่ยนแมกเนติกตัวใหม่
7. ฉากรับรางเครน (Runway Bracket)รอยเชื่อมหูช้างเสาอาคารร้าว หรือคลิปล็อกราง (Rail Clip) หลุดหายหลายจุดระยะความกว้างราง (Span) เปลี่ยนไป เสี่ยงเครนตกราง ต้องให้วิศวกรตรวจสอบโครงสร้างและซ่อมบำรุงทันที

เครนเหนือศีรษะ คานเดี่ยว, Single Girder Overhead Crane, เครนเหนือศีรษะ คานคู่, Double Girder Overhead Crane,

ข้อกำหนดการบำรุงรักษาเครนโรงงาน และแบบฟอร์มตรวจเช็กปั้นจั่นเหนือศีรษะ (ปจ.1)

ในประเทศไทย การใช้งานและการบำรุงรักษา เครนโรงงาน อยู่ภายใต้ข้อบังคับของ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของโรงงานต้องจัดให้มีการตรวจสอบและทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของปั้นจั่นอยู่กับที่ (รวมถึง ปั้นจั่นเหนือศีรษะ ทุกประเภท) โดยวิศวกรเครื่องกลที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม และจัดทำบันทึกผลการตรวจสอบใน แบบฟอร์ม ปจ.1 เก็บไว้ที่สถานประกอบการเพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบได้ตลอดเวลา

ตารางรอบความถี่ในการตรวจรับรองปั้นจั่นเหนือศีรษะ (ปจ.1) ตามกฎหมาย

พิกัดน้ำหนักยกอย่างปลอดภัย (SWL) ตามที่ผู้ผลิตกำหนดรอบระยะเวลาการตรวจสอบและออกเอกสาร ปจ.1ผู้มีอำนาจลงนามรับรอง
ตั้งแต่ 1 ตัน แต่ไม่เกิน 3 ตันอย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อปี (ทุก 12 เดือน)วิศวกรเครื่องกล (ตามระดับใบอนุญาต กว.)
เกิน 3 ตัน แต่ไม่เกิน 50 ตันอย่างน้อย 1 ครั้ง ทุกๆ 6 เดือน (ปีละ 2 ครั้ง)วิศวกรเครื่องกล (ตามระดับใบอนุญาต กว.)
เกิน 50 ตัน ขึ้นไปอย่างน้อย 1 ครั้ง ทุกๆ 3 เดือน (ปีละ 4 ครั้ง)สามัญวิศวกร หรือ วุฒิวิศวกรเครื่องกล
กรณีหยุดใช้งานเกิน 6 เดือน หรือมีการซ่อมแซมดัดแปลงโครงสร้างสำคัญต้องตรวจสอบและทดสอบใหม่ ก่อนนำกลับมาใช้งานวิศวกรเครื่องกลผู้ได้รับอนุญาต


นอกจากการออกเอกสาร ปจ.1 แล้ว ข้อกำหนดการบำรุงรักษาเครนโรงงานยังระบุให้นายจ้างต้องมี คู่มือปฏิบัติงานและบำรุงรักษาเป็นภาษาไทย ติดป้ายบอกพิกัดน้ำหนักยกสูงสุด (Max Capacity / SWL) บนคานเครนให้มองเห็นชัดเจนจากพื้นล่าง และจัดให้ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ และผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น (4 ผู้) ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนด

ขั้นตอนการตรวจเช็กเครนเหนือศีรษะประจำปี (Annual Inspection & Load Test Workflow)

เมื่อถึงกำหนดรอบตรวจเช็กประจำปีหรือทุก 6 เดือน การเข้าดำเนินการโดยทีมช่างเทคนิคและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจะแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอนมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งกลไกการบำรุงรักษา (PM) และการรับรองความปลอดภัย (ปจ.1) ครบถ้วนในคราวเดียว:

ขั้นตอนที่ 1: การเตรียมพื้นที่และตัดแยกแหล่งจ่ายไฟ (Safety Isolation & Visual Survey)

กั้นพื้นที่ปฏิบัติงานใต้แนววิ่งของเครน ทำการปิดเมนเบรกเกอร์ (Lockout/Tagout) เมื่อต้องขึ้นตรวจเช็กชิ้นส่วนกลไกและขันน็อตในตู้คอนโทรล เพื่อป้องกันการกดรีโมทโดยไม่ตั้งใจ

ขั้นตอนที่ 2: การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance - PM)

ช่างเทคนิคขึ้นตรวจวัดความสึกหรอของลูกล้อ ผ้าเบรก ลวดสลิง ตะขอ เช็กระดับน้ำมันเกียร์ อัดจาระบีลูกล้อและสลิง เป่าฝุ่นทำความสะอาดตู้คอนโทรล วัดค่ากระแสไฟฟ้า (Amp) ของมอเตอร์แต่ละตัว และปรับตั้งระยะเบรกให้ได้มาตรฐาน

ขั้นตอนที่ 3: การตรวจสอบโดยไม่ทำลายสภาพ (Non-Destructive Testing - NDT)

ทำความสะอาดตะขอยกของและจุดเชื่อมสำคัญ เพื่อตรวจหารอยแตกร้าวขนาดเล็กบนพื้นผิวโลหะด้วยน้ำยาแทรกซึม (Liquid Penetrant Testing - PT) หรือผงแม่เหล็ก (Magnetic Particle Testing - MT) พร้อมวัดมิติการอ้าของปากตะขอเทียบกับค่าเริ่มต้น

ขั้นตอนที่ 4: การทดสอบรับน้ำหนัก (Load Test) และวัดค่าการแอ่นตัว (Deflection)

นำตุ้มน้ำหนักมาตรฐาน (Test Weight) มาทำการทดสอบยกจริงเพื่อดูประสิทธิภาพของระบบเบรก โครงสร้างสะพานเครน และการทำงานของ Overload Limit Switch พร้อมวัดค่าการแอ่นตัวของคานกลางขณะรับน้ำหนัก และวัดการคืนตัวหลังวางน้ำหนักลง

ขั้นตอนที่ 5: สรุปรายงานสภาพเครื่องจักรและส่งมอบเอกสาร ปจ.1

หากผ่านเกณฑ์ทั้งหมด วิศวกรจะลงนามรับรองในแบบฟอร์ม ปจ.1 พร้อมแนบสำเนาใบอนุญาต กว. และติดสติกเกอร์รับรองการตรวจ แต่หากพบจุดบกพร่องที่อันตราย จะออกใบแจ้งรายการอะไหล่ที่ต้องเปลี่ยนแก้ไขอย่างชัดเจนเพื่อให้โรงงานดำเนินการปรับปรุง

จุดเสี่ยง Overhead Crane, มาตรฐานความปลอดภัยปั้นจั่น

คำถามที่พบบ่อยจากการค้นหา (People Also Ask - PAA)

1. Overhead Travelling Crane คืออะไร ต่างจาก Gantry Crane อย่างไร?

Overhead Travelling Crane (ปั้นจั่นเหนือศีรษะ) คือเครนที่วิ่งบนราง (Runway Beam) ซึ่งยึดติดกับเสาโครงสร้างอาคารโรงงานด้านบน ทำให้ไม่เสียพื้นที่ใช้สอยบนพื้นโรงงาน ส่วน Gantry Crane (เครนขาสูง) จะมีขาตั้งรับน้ำหนักตัวเองและวิ่งบนรางที่วางอยู่บนพื้นดิน มักใช้กลางแจ้งหรือในอาคารที่ไม่สามารถฝากน้ำหนักไว้กับเสาโรงงานได้

2. ทำไมเวลาปล่อยปุ่มกดแล้ว รอกไฟฟ้ายังมีอาการไหลลง (Brake Slip)?

อาการชิ้นงานไหลลงหลังจากปล่อยปุ่มกด มักเกิดจากผ้าเบรกของรอกไฟฟ้าสึกหรอจนระยะห่าง (Air Gap) กว้างเกินค่ามาตรฐาน, สปริงดันเบรกล้าตัว, มีคราบน้ำมันเกียร์รั่วซึมเข้าไปเปื้อนหน้าผ้าเบรก หรือเกิดจากการยกน้ำหนักเกินพิกัด (Overload) ต้องให้ช่างปรับตั้งระยะเบรกหรือเปลี่ยนผ้าเบรกใหม่ทันที

3. ปั้นจั่นเหนือศีรษะขนาดเล็ก ต่ำกว่า 1 ตัน ต้องตรวจ ปจ.1 ตามกฎหมายหรือไม่?

ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 กำหนดบังคับการตรวจรับรอง ปจ.1 สำหรับปั้นจั่นที่มีพิกัดน้ำหนักยกตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไป อย่างไรก็ตาม สำหรับเครนหรือรอกที่มีพิกัดต่ำกว่า 1 ตัน นายจ้างยังคงมีหน้าที่ตามกฎหมายในการตรวจสอบและบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพปลอดภัยพร้อมใช้งานตามคำแนะนำของผู้ผลิตเสมอ

4. ควรใช้จาระบีชนิดใดทาหล่อลื่นลวดสลิงของรอกไฟฟ้า?

ควรใช้สารหล่อลื่นสำหรับลวดสลิงโดยเฉพาะ (Wire Rope Lubricant) หรือจาระบีที่มีคุณสมบัติแทรกซึมเข้าสู่แกนในของสลิงได้ดี ทนแรงกดสูง และไม่เหนียวเหนอะหนะจนดักจับฝุ่นผงในโรงงานมาขัดสีเส้นลวด ไม่ควรใช้น้ำมันเครื่องเก่ามาทาสลิงเด็ดขาดเพราะมีฤทธิ์เป็นกรดและทำลายไส้สลิง

5. การติดอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ให้เครนเหนือศีรษะช่วยลดการซ่อมบำรุงได้จริงไหม?

ช่วยลดภาระการซ่อมบำรุงได้จริงและชัดเจนมาก เพราะ Inverter จะควบคุมการออกตัวและการหยุดของมอเตอร์ให้นุ่มนวล (Soft Start / Soft Stop) ลดการกระชากของเฟืองเกียร์ ลดการแกว่งของชิ้นงาน และลดการใช้เบรก механиกส์ในการหยุดกะทันหัน ทำให้ผ้าเบรกและชุดเฟืองมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นหลายเท่าตัว


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริการตรวจเช็กและบำรุงรักษาเครน (FAQ)

Q1: การตรวจเช็กปั้นจั่นเหนือศีรษะตามกฎหมาย (ปจ.1) ต้องทำทุกกี่เดือน?

คำตอบ: ความถี่ขึ้นอยู่กับพิกัดน้ำหนักยก (SWL) ของเครนตัวนั้นๆ โดยพิกัด 13 ตัน ต้องตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง, พิกัดเกิน 3 ตัน ถึง 50 ตัน ต้องตรวจอย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน และพิกัดเกิน 50 ตันขึ้นไป ต้องตรวจอย่างน้อยทุกๆ 3 เดือน โดยวิศวกรเครื่องกลที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

Q2: เครนเหนือศีรษะ คานเดี่ยว กับ คานคู่ มีจุดบำรุงรักษาต่างกันอย่างไร?

คำตอบ: เครนคานเดี่ยว (Single Girder) ต้องเน้นตรวจสอบการสึกหรอของปีกล่างคานเหล็กที่ล้อรถรอกวิ่งเกาะโดยตรง ในขณะที่เครนคานคู่ (Double Girder) ต้องเน้นตรวจสอบแนวความขนานของรางวิ่งด้านบนคานทั้งสองฝั่ง คลิปล็อกราง ชุดเพลาขับคู่ และโครงสร้างทางเดินซ่อมบำรุง (Walkway)

Q3: อาการลูกล้อเครนปีนรางหรือกินรางเกิดจากอะไร และแก้ไขอย่างไร?

คำตอบ: สาเหตุหลักเกิดจากศูนย์ลูกล้อ (Wheel Alignment) ไม่ขนานกับราง, ระยะห่างระหว่างรางวิ่งสองฝั่ง (Span) คลาดเคลื่อนจากการทรุดตัวของเสาโรงงาน หรือมอเตอร์ขับเคลื่อนสองฝั่งทำงานไม่เท่ากัน การแก้ไขต้องให้ทีมวิศวกรเข้าวัดแนวระดับราง (Rail Survey) ตั้งศูนย์ล้อใหม่ และเช็กระบบขับเคลื่อน

Q4: เมื่อไหร่ที่ต้องเปลี่ยนสลิงหรือโซ่ของรอกไฟฟ้าบนเครนเหนือศีรษะทันที?

คำตอบ: ต้องสั่งเปลี่ยนทันทีเมื่อพบลวดสลิงขาดกระจายเกินเกณฑ์มาตรฐานใน 1 เกลียว, เส้นผ่านศูนย์กลางสลิงยุบตัวลงเกิน 7%, สลิงบิดเป็นกรงนก (Birdcaging), มีรอยหักพับ หรือในกรณีรอกโซ่เมื่อพบข้อโซ่ยืดตัว มีรอยร้าว หรือความหนาของข้อโซ่สึกหรอเกินค่าที่ผู้ผลิตกำหนด

Q5: หากเครนโรงงานหยุดทำงานกะทันหัน ควรตรวจเช็กจุดใดเป็นอันดับแรก?

คำตอบ: อันดับแรกให้ตรวจปุ่ม Emergency Stop ที่สายรีโมทว่าถูกกดค้างไว้หรือไม่ จากนั้นตรวจสอบไฟสถานะที่ตู้คอนโทรล เช็กแปรงถ่าน (Collector Shoe) ว่าหลุดออกจากรางไฟ (Conductor Bar) หรือไม่ และตรวจสอบฟิวส์รวมถึง Overload Relay ในตู้ควบคุม หากรีเซ็ตแล้วยังตัดซ้ำ ห้ามฝืนกดใช้งานต่อและควรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจวัดค่าฉนวนมอเตอร์


บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง (Recommended Internal Links)

ศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกใช้งาน การติดตั้ง และการดูแลรักษาระบบเครนโรงงานได้จากคลังความรู้ของ บริษัท ฟอร์ช เครน ไฟฟ้า จำกัด:

ต้องการผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจเช็ก บำรุงรักษา หรือติดตั้งเครนเหนือศีรษะในโรงงานของคุณ?

ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุและปัญหาสายการผลิตหยุดชะงัก ด้วยทีมช่างเทคนิคและวิศวกรผู้ชำนาญการด้าน ปั้นจั่นเหนือศีรษะ (Overhead Travelling Crane) พร้อมให้บริการตรวจสอบประจำปี (PM) ออกใบรับรอง ปจ.1 ซ่อมบำรุงรอกไฟฟ้า และออกแบบติดตั้งเครนโรงงานครบวงจร ในพื้นที่ สมุทรปราการ กรุงเทพฯ นนทบุรี ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ

สายด่วนปรึกษาวิศวกรและนัดหมายดูหน้างาน: โทร. 084-755-5449 (คุณวี)

ติดต่อสอบถามข้อมูลและขอใบเสนอราคา

หากโรงงานหรือธุรกิจของคุณกำลังมองหาทีมงานมืออาชีพสำหรับงาน ติดตั้งเครนเหนือศีรษะ ทั้งระบบคานเดี่ยวและคานคู่ งานซ่อมบำรุงรอกไฟฟ้า หรือสัญญาบริการตรวจเช็กสภาพปั้นจั่นประจำปีพร้อมออกเอกสารรับรอง ปจ.1 สามารถติดต่อ บริษัท ฟอร์ช เครน ไฟฟ้า จำกัด ได้โดยตรงตามช่องทางด้านล่างนี้:

บริษัท ฟอร์ช เครน ไฟฟ้า จำกัด

ที่อยู่สำนักงาน: เลขที่ 111/4 หมู่ 11 ถ.เทพารักษ์ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540
พื้นที่ให้บริการหลัก: สมุทรปราการ, กรุงเทพฯ, นนทบุรี, ชลบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง

ช่องทางการติดต่อตรง (Direct Contact)

โทรศัพท์ (Tel): 084-755-5449 (คุณวี)
อีเมล (E-mail): fc@forcecrane.com
เว็บไซต์: www.forcecrane.com
Facebook: www.facebook.com/forcecrane

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้