Last updated: 29 ก.ย. 2569 |
สรุปให้สั้นๆ: เครน มีกี่ประเภท?
เครนแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักคือ เครนเคลื่อนที่ได้ (Mobile Crane) เช่น รถเครนตีนตะขาบ หรือรถเครนติดรถบรรทุก และ เครนอยู่กับที่ (Stationary Crane) เช่น เครนโรงงาน (Overhead Crane) และทาวเวอร์เครน (Tower Crane) การเลือกใช้งานควรพิจารณาจากน้ำหนักของวัตถุ สภาพพื้นที่หน้างาน และข้อจำกัดด้านความปลอดภัยเป็นสำคัญ

ในวงการอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง เครื่องจักรกลหนักอย่าง "เครน" หรือ "ปั้นจั่น" ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยทุ่นแรงในการยกและเคลื่อนย้ายวัสดุที่มีน้ำหนักมาก แต่สำหรับเจ้าของโรงงาน ผู้รับเหมา หรือเจ้าของธุรกิจที่กำลังวางแผนขยายโรงงานหรือรับงานโปรเจกต์ใหม่ คำถามแรกที่มักจะพบคือ เครน มีกี่ประเภท ? และเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า การเลือกใช้ประเภทเครน ให้เหมาะกับงาน จะคุ้มค่า ปลอดภัย และไม่ก่อให้เกิดปัญหาตามมา
บทความนี้จัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท ฟอร์ช เครน ไฟฟ้า จำกัด จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ ชนิดของเครน แบบเจาะลึก รวมถึงความแตกต่าง ข้อดีข้อเสีย มาตรฐานความปลอดภัย และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกใช้งานเครนได้อย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม
ในทางวิศวกรรมและตามกฎหมายความปลอดภัย ประเภทของเครน สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ซึ่งจะมีความเหมาะสมกับ หน้างานรถเครน หรือ เครนโรงงาน ที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้ครับ

เป็นเครนที่ติดตั้งอยู่กับโครงสร้างอาคารหรือยึดติดกับพื้นอย่างถาวร เครนโรงงาน ส่วนใหญ่จะจัดอยู่ในประเภทนี้ เหมาะสำหรับการทำงานในพื้นที่ที่กำหนดไว้ชัดเจน มีความมั่นคงสูง เช่น โกดังสินค้า โรงงานผลิต โรงหลอมโลหะ ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่:

หากถามว่า รถเครน มีกี่ประเภท รถเครนทั้งหมดจะถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่นี้ครับ เป็นเครนที่ประกอบติดกับตัวรถ ขับเคลื่อนไปตามหน้างานต่างๆ ได้สะดวก เหมาะกับงานรับเหมาก่อสร้างหรืองานซ่อมบำรุงที่ต้องย้ายสถานที่บ่อยๆ ได้แก่:
หลายคนมักสับสนระหว่างคำว่า "เครน" (Crane) และ "รอก" (Hoist) ความแตกต่างระหว่างเครนและรอก คือ รอก เป็นอุปกรณ์ที่เป็นกลไกหลักทำหน้าที่ "ยกขึ้น-ยกลง" ในแนวดิ่งเท่านั้น ในขณะที่ เครน คือโครงสร้างทั้งหมดที่รวมเอารอกเข้าไปด้วย ทำให้สามารถเคลื่อนที่วัตถุได้ทั้งแนวดิ่ง (ขึ้น-ลง) และแนวราบ (ซ้าย-ขวา, หน้า-หลัง) สรุปง่ายๆ คือ รอกเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งของเครนนั่นเองครับ
| ชนิดของเครน | ข้อดี | ข้อเสีย | เหมาะกับงานแบบไหน |
|---|---|---|---|
| Overhead Crane (เครนโรงงาน) | ประหยัดพื้นที่พื้นโรงงาน, ยกน้ำหนักได้มาก, ปลอดภัยสูงควบคุมง่าย | ติดตั้งถาวร ย้ายไม่ได้, โครงสร้างอาคารต้องแข็งแรงพอรองรับ | โรงงานอุตสาหกรรม, สายการผลิต, โกดังจัดเก็บ |
| รถเครนล้อยาง | เคลื่อนที่ไว, ขับไปตามถนนได้, เข้าถึงหน้างานได้รวดเร็ว | รับน้ำหนักได้น้อยกว่าแบบอยู่กับที่, ต้องมีขาหยั่ง (Outrigger) ตอนยก | งานรับเหมาก่อสร้างทั่วไป, งานยกย้ายเครื่องจักรชั่วคราว |
| รถเครนตีนตะขาบ | ทรงตัวดีมาก, เคลื่อนที่ขณะหิ้วของได้ (Pick & Carry), วิ่งบนทางวิบากได้ | เคลื่อนที่ช้า, วิ่งบนถนนหลวงไม่ได้ ต้องใช้รถเทรลเลอร์ขนย้าย | ไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่, งานวางท่อ, โครงสร้างพื้นฐาน |
การทำงานกับเครนมีความเสี่ยงสูง มาตรฐานความปลอดภัยในการใช้เครนแต่ละประเภท จึงถูกกำหนดไว้โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยหัวใจสำคัญคือ กฎหมายการใช้เครน 4 ผู้ ที่ระบุว่าการปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นต้องมีบุคลากรที่ผ่านการอบรมและมีใบเซอร์ฯ 4 หน้าที่ ได้แก่:
ข้อควรระวัง (E-E-A-T): ผู้ประกอบการควรมีการตรวจสภาพเครน (คป.1 / คป.2) ประจำปีโดยวิศวกรเครื่องกลที่ได้รับใบอนุญาต หากมีการชำรุดควรติดต่อ ร้านซ่อมเครนโรงงาน ระยอง หรือพื้นที่ใกล้เคียงที่คุณตั้งอยู่ทันทีเพื่อประเมินหน้างาน

หากคุณกำลังมองหา บริษัท ติดตั้งเครนโรงงาน สมุทรปราการ หรือต้องการทีมวิศวกร ออกแบบเครนอุตสาหกรรม ชลบุรี ไปจนถึงบริการดูแลระบบเครนในเขตพื้นที่ นนทบุรี, กรุงเทพฯ และภาคตะวันออก บริษัท ฟอร์ช เครน ไฟฟ้า จำกัด พร้อมให้บริการครบวงจร เรามีประสบการณ์ในการประเมินและ ออกแบบเครนอุตสาหกรรม ให้เหมาะสมกับโครงสร้างโรงงานของคุณ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด [สำหรับงบประมาณและการรับประกัน ต้องยืนยันข้อมูลและประเมินหน้างานจริงก่อน]

เครนอุตสาหกรรมหลักๆ แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ Overhead Crane (เครนเหนือศีรษะ), Gantry Crane (เครนขาสูง), Jib Crane (เครนแขนยื่น), และ Monorail Crane (เครนรางเดี่ยว) ครับ
ไม่ได้ครับ เนื่องจากล้อตีนตะขาบจะทำลายผิวถนนและทำความเร็วได้ช้ามาก การเคลื่อนย้ายข้ามพื้นที่ต้องใช้รถเทรลเลอร์พื้นเรียบ (Lowboy Trailer) บรรทุกไปเท่านั้น
นอกจากใบอนุญาตขับขี่รถบรรทุกตามกฎหมายจราจรแล้ว ผู้ขับจะต้องผ่านการอบรมและได้รับใบเซอร์ "ผู้บังคับปั้นจั่น" ตามกฎหมายความปลอดภัยด้วย
แนะนำให้ใช้ Jib Crane หรือ Overhead Crane แบบคานเดี่ยว เพราะประหยัดพื้นที่ ต้นทุนไม่สูง และเพียงพอต่อน้ำหนักยกที่ไม่มากเกินไปครับ
ควรดูเอกสาร ปจ.2 (ใบตรวจสภาพเครน), ประสบการณ์ของคนขับ, พิกัดการยก (Load Chart) ให้สัมพันธ์กับน้ำหนักของที่เราจะยก และสภาพสายสลิงครับ
ประเมินหน้างานฟรี! โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจาก ฟอร์ช เครน ไฟฟ้า มั่นใจได้ในมาตรฐานความปลอดภัย
โทรปรึกษาคุณวี : 084-755-5449